Follow us      
  
  

ไทยโพสต์ [ วันที่ 30/08/2560 ]
โรคกระดูกพรุนในผู้สูงอายุ ปัจจัยส่งผลอุบัติเหตุหกล้ม

 นพ.ธีรพล โตพันธานนท์ อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยว่า วิวัฒนาการทางการแพทย์ส่งผลให้ประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น ผู้สูงอายุจึงต้องเผชิญกับปัญหาโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นปัญหาจากความเสื่อมของร่างกาย โดยเฉพาะโรคระบบกระดูกและข้อ ได้แก่ ภาวะหกล้ม ถือเป็นปัญหาสำคัญที่มักเกิดขึ้นบ่อยในคนกลุ่มนี้
          ผู้สูงอายุที่หกล้มประมาณร้อยละ 5-10 จะมีการบาดเจ็บรุนแรง เช่น ภาวะกระดูกหัก อาการบาดเจ็บของสมองจนอาจถึงขั้นเสียชีวิต และยังส่งผลกระทบต่อจิตใจ เกิดความกังวล ภาวะซึมเศร้า ตลอดจนสูญเสียความมั่นใจในการเดิน ซึ่งผู้ป่วยร้อยละ 30-73 จะมีอาการกลัวการหกล้มอีกจนทำให้สูญเสียความสามารถในการช่วยเหลือตนเอง
          วิธีปฏิบัติตนของผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดหกล้ม ควรใช้อุปกรณ์ช่วยในการเดิน เช่น ไม้เท้า ตลอดจนปรับพฤติกรรม เช่น ลุกขึ้นยืนช้าๆ มองหาวัตถุรอบตัวที่สามารถจับยึดได้ในกรณีฉุกเฉิน ไม่เดินบริเวณที่เปียกชื้น ไม่ใส่รองเท้ายางที่หมดอายุการใช้งาน เพราะพื้นรองเท้าลื่นและไม่เกาะพื้น นอกจากนี้ บุตรหลานต้องดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดโดยปรับสิ่งแวดล้อมภายในพื้นที่ที่ผู้สูงอายุอยู่เป็นประจำ เช่น ติดตั้งหลอดไฟบริเวณมุมมืดที่เดินผ่าน บ่อยๆ โดยปุ่มสวิตช์ควรอยู่ใกล้มือเอื้อม อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ควรมีอยู่เท่าที่จำเป็น เตียงนอน เก้าอี้ และโถส้วมมีความสูงพอเหมาะ ไม่เตี้ยเกินไป ทางเดินและบันไดควรมีราวจับตลอด ขั้นบันไดต้องมีความกว้างยาวพอเหมาะและสม่ำเสมอ ไม่สูงชันเกินไป พื้นห้องใช้วัสดุที่ไม่ลื่น โดยเฉพาะในห้องน้ำ ห้องครัว บริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างห้องควรอยู่ในระดับเดียวกัน ไม่ควรมีสิ่งของเกะกะ เช่น พรมเช็ดเท้า สายไฟฟ้า หลีกเลี่ยงการมีสัตว์เลี้ยง เช่น สุนัข แมว ในบริเวณที่อยู่อาศัย
          อธิบดีกรมการแพทย์กล่าวต่อไปว่า นอกเหนือจากการหกล้มในผู้สูงอายุที่เกิดจากอุบัติเหตุหรือสิ่งแวดล้อมแล้ว หกล้มโดยไม่มีเหตุอันควร เช่น หกล้มขณะเดินปกติภายในบ้าน อาจเกิดจากโรคที่ผู้สูงอายุไม่รู้ตัว ได้แก่ ภาวะความดันโลหิตต่ำจากการเปลี่ยนอิริยาบถ ทำให้เลือดไม่สามารถถูกสูบฉีดไปเลี้ยงสมองได้ทันเวลาและเพียงพอ กลุ่มโรคในระบบไหลเวียนเลือด เช่น หมดสติชั่วครู่ในขณะกำลังเบ่งอุจจาระหรือปัสสาวะ โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด กลุ่มโรคระบบประสาท เช่น  โรคหลอดเลือดสมอง โรคพาร์กินสัน โรคปลายประสาทเสื่อม โรคลมชัก โรคน้ำในหูไม่เท่ากัน สายตาผิดปกติ เช่น ต้อกระจก ผลข้างเคียงจากยา โดยเฉพาะยาที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ยารักษาโรคความดันโลหิตสูง และความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นเฉียบพลัน ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการหกล้มในผู้สูงอายุทั้งสิ้น
          ทั้งนี้ หลักในการป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุ คือ บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ควรได้รับการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อคัดกรองสาเหตุต่างๆ ที่อาจนำไปสู่การหกล้ม นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นสารอาหารที่บำรุงกระดูก เช่น ผลิตภัณฑ์จากนม เนื้อสัตว์ ผัก ผลไม้  ออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ส่งเสริมการทรงตัว เช่น การรำไม้พลอง การรำมวยจีน การฝึกโยคะ.

เกิดข้อผิดพลาด ไม่สามารถติดต่อฐานข้อมูลได้